การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคนเป็นหนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมในการเพิ่มขนาดและความมั่นใจในตนเอง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดประเภทนี้มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่คุณควรทราบ

วิธีการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคน

โดยทั่วไปแล้ว การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคนจะมีขั้นตอนดังนี้

  1. ปรึกษาแพทย์: ทำการตรวจร่างกายและประเมินสภาพเพื่อวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะสม
  2. การวางแผนการผ่าตัด: เลือกขนาดและชนิดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับคุณ
  3. การผ่าตัด: ทำการเปิดแผลบริเวณหัวหน่าว และทำการสอดชิ้นส่วนซิลิโคนเข้าไปในบริเวณหัวหน่าวในระดับใต้ผิวหนังหรือใต้พังผืด ไปตลอดลำตัวของอวัยวะเพศ
  4. การพักฟื้น: หลังการผ่าตัด คุณจะต้องพักฟื้นตามคำแนะนำของแพทย์

แผ่นซิลิโคนที่ใช้เสริมอวัยวะเพศชาย ผลิตจากประเทศเกาหลี มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน ดังนี้

1. แบบ ROV เป็นรูปทรงกลมเหมือนลูกแก้ว มีขนาดแตกต่างกัน 3,5,6,7,8 mm.สามารถใส่ได้เกิน 1 ชิ้นในตำแหน่งที่แตกต่างกัน

การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคน Silicone ROV

2. แบบ LOV ใช่ใส่ใต้หัวอวัยวะเพศ มีขนาด A1,A2,A3 ตามขนาดอวัยวะเพศเดิม คุณสมบัติช่วยเพิ่มขนาดสำหรับข้างใต้หัวอวัยวะเพศ มีส่วนล่างแยกออกจากกันเพื่อไม่กดท่อปัสสาวะและขยายได้เวลาแข็งตัว

การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคน Silicone LOV

3. แบบ OVS มีลักษณะเหมือน LOV แต่มีการเพิ่มรอยหยักตื่นๆ และมีรอยแยกเพื่อให้สามารถขยายได้เมื่อแข็งตัว มีขนาดแตกต่างกัน 10,20,30,40,50,60,

การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคน Silicone OVS

4. แบบ LT-OVS มีลักษณะเหมือนกับ OVS แต่มีการเพิ่มแบบให้ยาวขึ้นเพื่อเสริมสร้างส่วนกลางของอวัยวะเพศชาย ซิลิโคนแบบนี้จะช่วยเพิ่มความใหญ่ของอวัยวะเพศ และเพิ่มเพิ่มความนูนของด้านบนอวัยวะเพศ

5. แบบ LTB-OVS เป็นลักษณธเดียวกับแบบ LT-OVS เพิ่มขนาดส่วนใต้หัวและเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศ แต่แตกต่างจากแบบ LT-OVS ที่มีความหนามากว่า สามารถเพิ่มขนาดได้มากกว่า

การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคน Silicone LT-OVS

6. แบบ PA-OVS เป็นแบบ silicone ที่เพิ่มความใหญ่ของอวัยวะเพศ มี 2 แบบ

6.1 OVS1 ใช้กับคนที่อวัยวะเพศสั้น

การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคน Silicone PA-OVS1

6.2 OVS2 ใช้กับคนที่อวัยวะเพศยาว

การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยซิลิโคน Silicone PA-OVS2

การปรึกษาก่อนผ่าตัด

1. ก่อนการนัดพบแพทย์เพื่อปรึกษาควรเตรียมศึกษาและเลือกซิลิโคนที่ใช้รวมถึงขนาดและแบบที่ต้องการ
2. โรคประจำตัวบางชนิด เช่นเบาหวานมีผลต่อแผลผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนถ้าตัดสินใจผ่าตัด
3. แนะนำให้งดสูบบุหรี่ 2 อาทิตย์ก่อนผ่าตัด
4. ผู้ที่ฉีดสารแปลกปลอมไม่มาสารถผ่าตัดวิธีนี้ได้
5. ถ้าต้องการขลิปหนังหุ้มปลายสามารถทำพร้อมกันได้เลย
6. ตรวจดูบริเวณหัวเหน่า ว่ามีไขมันอยู่มากหรือไม่ ถ้ามีไขมันอยู่มากบริเวณเหนือต่อฐานอวัยวะเพศ การดูดไขมันจะช่วยเพิ่มความยาวของอวัยวะเพศได้บ้าง

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1. ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ
2. งดสูบุหรี่หรือยาแก้ปวด 10 วันก่อนผ่าตัด
3. เตรียมหยุดงานประมาณ 3 วัน
4. อาบน้ำก่อนมารับการผ่าตัด
5. โกนขนรอบอวัยวะเพศในวันผ่าตัด
6. ถ้ามีโรคประจำตัว เช่นเบาหวาน ความดันโลหิต ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนผ่าตัด
7. เตรียมกางเกงใน Boxer หลวมๆใส่หลังผ่าตัด ควรเลืกกางเกงในสีเข้มเนื้องจากหลังผ่าตัด อาจมีน้ำเหลืองซึมเปื้อนได้
8. แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าถ้าต้องการดูดไขมันที่ฐานอวัยวะเพศด้วย
9. ถ้ากังวลมากวันก่อนผ่าตัดอาจทานยานอนหลับได้
10. งดน้ำและอาหาร 6 ชม. ก่อนผ่าตัด กรณีที่ดมยาสลบ

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. ทำโดยวางยาสลบ
2. เปิดแผลด้านล่างของหนังหุ้มปลาย สำหรับแบบ LOV,OVS เปิดแผลบริเวณโคนอวัยวะเพศ สำหรับ LT,LTB และ PA เปิดแผล 1 cm. ในตำแหน่งต่างๆที่ใส่ซิลิโคน
3. แยกแผลอวัยวะเพศ
4. ใส่แผ่นซิลิโคนในตำแหน่งที่ต้องการ จัดวางตำแหน่งจนได้ตำแหน่งที่เหมาะสม
5. เย็บปิดแผล

การดูแลหลังการผ่าตัด

1. ทำความสะอาดแผลทุกวัน โดยแพทย์จะนัดทำแผลในวันรุ่งขึ้นหลังจากนั้นผู้ป่วยสามารถทำแผลเองได้ หรือการนอนพักฟื้นในโรงพยายบาลจะเปิดทำแผลในวันรุ้งขึ้น
2. จะนัดตัดไหมเมื่อประมาณ 7-10 วัน ผู้ที่สูบบุหรี่อาจตัดไหมช้ากว่านี้
3. อวัยวะเพศและลูกอัณฑะอาจบวมได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์
4. ห้ามร่วมเพศประมาณ 3 อาทิตย์
5. อาจต้องใช้ยาลดการแข็งตัวของอวัยวะเพศในช่วง 10 วัน วันหลังผ่าตัด
6. หลีกเลี่ยงการดูภาพหรือหนังสือที่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศเพราะจะทำให้เจ็บปวดแผลเวลาแข็งตัว

ผลการผ่าตัด

1. ไม่มีผลต่อการร่วมเพศ หรือการปัสสาวะ
2. ความรู้สึกทางเพศในอาทิตย์แรกอาจเปลี่ยนแปลงไป และจะกลับมาเหมือนเดิมภายในระยะเวลา 1-2 เดือน
3. หลังผ่าตัดอวัยวะเพศจะแข็งตัวในทิศทางที่เปลี่ยนไปได้